ทำความรู้จักกับ Peristaltic Pump

37 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ทำความรู้จักกับ Peristaltic Pump

ทำความรู้จักกับ Peristaltic Pump

       ปั๊มรีดท่อ (Peristaltic Pump) ได้กลายเป็นโซลูชันสำคัญในการเคลื่อนย้ายของเหลว ด้วยกลไกการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งของเหลวจะเคลื่อนที่ผ่านท่อยืดหยุ่นที่ถูกกดทับด้วยลูกกลิ้งหมุน ทำให้ของเหลวไม่สัมผัสกับชิ้นส่วนของปั๊มโดยตรง ปั๊มชนิดนี้จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับการจัดการของเหลวที่ต้องการความสะอาดปราศจากการปนเปื้อน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ปลอดเชื้อหรือมีความละเอียดอ่อนสูง

       ในงานที่ความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือ และความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญ ปั๊มรีดท่อถือเป็นทางเลือกที่ดี โดยมักใช้ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย อย่างเช่น

  • ด้านชีวเภสัชภัณฑ์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ: ใช้ในการเตรียมสารละลายบัฟเฟอร์ (Buffer preparation) การผลิตวัคซีน และการเคลื่อนย้ายเซลล์เพาะเลี้ยง (Cell culture transfer)

  • อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม: ใช้จัดการกับสารให้กลิ่นรส ไซรัป ผลิตภัณฑ์จากนม และส่วนผสมอื่นๆ ที่มีความละเอียดอ่อนสูง

  • ด้านสิ่งแวดล้อมและการบำบัดน้ำ: ใช้ในการจ่ายสารเคมี (Dosing) ที่ต้องการความแม่นยำ เช่น คลอรีน ปูนขาว หรือโพลิเมอร์

  • ห้องปฏิบัติการ: ใช้สำหรับการเติมสารรีเอเจนท์ (Reagent addition) กระบวนการโครมาโตกราฟี (Chromatography) และการเก็บตัวอย่างแบบควบคุมปริมาณ

    การใช้งานในอุตสาหกรรม: ปั๊มรีดท่อสามารถจัดการกับกาว หมึก สลัดจ์ (Slurries) และของเหลวที่มีฤทธิ์กัดกร่อนหรือมีฤทธิ์ขัดสี ซึ่งอาจทำให้ปั๊มแบบทั่วไปเกิดความเสียหายได้

       อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของปั๊มรีดท่อเป็นมากกว่าแค่การส่งของเหลวจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่ครอบคลุมถึงการรักษาอัตราการไหลที่แม่นยำ การลดการสึกหรอของท่อ การสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพที่เสถียร และการลดความถี่ในการบำรุงรักษา ตัวแปรหลายอย่างส่งผลต่อประสิทธิภาพของปั๊ม ได้แก่ วัสดุของท่อ ความเร็วของปั๊ม สภาพแรงดูด แรงดันย้อนกลับ และสภาพแวดล้อมในการทำงาน แม้แต่การปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยในส่วนเหล่านี้ก็สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของปั๊มและยืดอายุการใช้งานของส่วนประกอบสำคัญได้อย่างมาก

       การนำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดมาใช้ ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มความเชื่อมั่นในการทำงานของปั๊มได้สูงสุด พร้อมกับรับประกันการถ่ายโอนของเหลวที่แม่นยำในทุกการใช้งาน

แนวทางปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

       1. คลายการกดทับท่อเมื่อไม่ได้ใช้งานปั๊ม สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดประการหนึ่งที่ทำให้ท่อเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควรคือการถูกกดทับอย่างต่อเนื่องเมื่อปั๊มไม่ได้ทำงาน หากท่อถูกกดค้างไว้ในช่วงเวลาที่เครื่องหยุดพัก ท่ออาจเกิดการเสียรูปได้ ซึ่งจะส่งผลต่อความยืดหยุ่นและความสามารถในการคืนรูปเดิม ทำให้ความแม่นยำของอัตราการไหลลดลง หรืออาจทำให้ท่อแตกได้

ข้อแนะนำ: ควรคลายตัวล็อคแรงดันหรือปลดลูกกลิ้งออกทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งานปั๊มเป็นเวลานาน เพื่อให้ท่อได้พักและคืนรูปทรงธรรมชาติ


       2. ใช้งานปั๊มที่ความเร็วที่เหมาะสม การใช้ความเร็วสูงเกินไปจะเพิ่มแรงเสียดทานระหว่างลูกกลิ้งและท่อ ทำให้เกิดความร้อนและเร่งให้ท่อเกิดอาการล้า นำไปสู่การสึกหรอที่เร็วขึ้น


ข้อแนะนำ: ควรเดินเครื่องด้วยความเร็วต่ำสุดที่ยังสามารถให้อัตราการไหลตามที่ต้องการได้ การทำงานที่ความเร็วต่ำกว่าจะช่วยลดความเครียดเชิงกล ลดการไหลเป็นจังหวะ และทำให้การจ่ายสารมีความนุ่มนวลและแม่นยำยิ่งขึ้น


       3. เลือกท่อให้เหมาะสมกับงาน ท่อคือส่วนประกอบที่สำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นส่วนเดียวที่สัมผัสกับของเหลว ควรเลือกใช้ท่อเกรดเฉพาะสำหรับปั๊มรีดท่อ ซึ่งออกแบบมาให้ทนทานต่อการกดทับซ้ำๆ โดยไม่เสียความยืดหยุ่น โดยพิจารณาจาก:
  • ความทนทานของวัสดุต่อสารเคมีที่ใช้
  • ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายในที่ถูกต้องสำหรับอัตราการไหล
  • ความสั้นและตรงของท่อด้านดูด เพื่อลดแรงต้านและเพิ่มประสิทธิภาพในการดูด


       4. เลือกขนาดปั๊มที่มีกำลังเพียงพอ ปั๊มที่ต้องทำงานที่ระดับสูงสุดตลอดเวลาจะสึกหรอเร็วขึ้น

ข้อแนะนำ: ควรเลือกปั๊มที่มีอัตราการไหลตามทฤษฎีสูงกว่าความต้องการจริงประมาณ 20–30% เพื่อเป็นค่าเผื่อความปลอดภัย ช่วยให้ปั๊มทำงานในช่วงที่เหมาะสมที่สุด


       5. รักษาความสะอาดภายในหัวปั๊ม ฝุ่นละอองหรือคราบสารเคมีภายในหัวปั๊มอาจขัดขวางการหมุนของลูกกลิ้งและส่งผลต่อการกดทับท่อ ทำให้ท่อสึกหรอไม่เท่ากัน การตรวจสอบและทำความสะอาดหัวปั๊มเป็นประจำจึงเป็นส่วนหนึ่งของการบำรุงรักษาที่สำคัญ

 

       6. ตรวจสอบและเปลี่ยนท่อตามระยะ ท่อเป็นชิ้นส่วนสิ้นเปลืองที่ต้องสึกหรอตามกาลเวลา ควรตรวจสอบสัญญาณเตือน เช่น รอยแตก การแบน หรือการสูญเสียความยืดหยุ่น การกำหนดการเปลี่ยนท่อตามชั่วโมงการทำงานจะช่วยป้องกันปัญหารั่วซึมและหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักของงานโดยไม่คาดคิด


       7. ตรวจสอบความเข้ากันได้ทางเคมีและอุณหภูมิ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวัสดุท่อทนต่อสารเคมีและช่วงอุณหภูมิที่ใช้งานได้ เพราะหากไม่เหมาะสม ท่ออาจบวม แข็งตัว หรืออ่อนตัวมากเกินไป ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความแม่นยำและอายุการใช้งาน

       การเพิ่มประสิทธิภาพของปั๊มรีดท่อต้องอาศัยทั้งการใช้งานที่ถูกต้อง การเลือกวัสดุที่เหมาะสม และการบำรุงรักษาที่สม่ำเสมอ การปฏิบัติตามขั้นตอนง่ายๆ เช่น การคลายท่อเมื่อหยุดใช้งาน การใช้ความเร็วที่เหมาะสม และการรักษาความสะอาด จะช่วยยืดอายุการใช้งานของท่อ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดค่าใช้จ่ายโดยรวมในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

       นอกจากแนวทางการใช้งานแล้ว คุณภาพของตัวปั๊มเองก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ปั๊มที่มีการออกแบบขั้นสูง เช่น แบรนด์ Microlit มีการใช้ลูกกลิ้งที่แม่นยำ หัวปั๊มที่แข็งแรง และระบบควบคุมที่เชื่อถือได้ เพื่อให้การถ่ายโอนของเหลวเป็นไปอย่างราบรื่น เหมาะสำหรับทั้งงานในห้องปฏิบัติการ การวิจัย และงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูงและบำรุงรักษาง่าย  

       ในการเลือกปั๊มรีดท่อ พารามิเตอร์สำคัญที่ต้องพิจารณา ได้แก่ อัตราการไหล, ขนาดและวัสดุของท่อ, ความเร็วรอบของมอเตอร์ (RPM) และ จำนวนช่องจ่ายของปั๊ม นอกจากนี้ ความเข้ากันได้ทางเคมีระหว่างท่อและของเหลวถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง

       ปั๊มรีดท่อของแบรนด์ Microlit จะมีตัวเรือน 2 แบบ คือ ABS (Acrylonitrile Butadiene Styrene) มีน้ำหนักเบา ราคาประหยัด และทนทานต่อการกัดกร่อนทั่วไป เหมาะสำหรับ ห้องปฏิบัติการ (Laboratory), สภาพแวดล้อมที่สะอาด และของเหลวที่ไม่มีฤทธิ์รุนแรง และตัวเรือนแบบสแตนเลส (Stainless Steel - SS) ให้ความแข็งแรง ความทนทาน และความต้านทานต่อสารเคมีรุนแรง หรือกระบวนการที่ต้องการความสะอาดสูง หรือต้องใช้งานในสภาวะที่สมบุกสมบัน โดยปั๊มรีดท่อจะแบ่งเป็น 3 รุ่นหลัก คือ

1. Speed Variable Series


       ในกลุ่ม Speed Variable Series เหมาะสำหรับงานพื้นฐาน เช่น การลำเลียงสาร (liquid transfer) หรือการจ่ายสารในปริมาณที่ไม่ต้องการความแม่นยำสูงมาก ตัวเครื่องใช้งานง่าย มีฟังก์ชันที่จำเป็นครบถ้วน และมีความคุ้มค่าสูง เหมาะกับห้องปฏิบัติการทั่วไป หรือการใช้งานในระบบที่ไม่ซับซ้อน

 

2. Clever Flow Series

       เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์งานวิจัยและงานที่ต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น งานในห้องปฏิบัติการด้านชีววิทยา งาน R&D หรือระบบอัตโนมัติ (automation) โดยมีจุดเด่นที่การควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัส ฟังก์ชันการตั้งโปรแกรมที่หลากหลาย และความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการที่มีหลายขั้นตอนและต้องการความแม่นยำที่สม่ำเสมอ

 

3. Intelligent Dispensing Series

       สำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูงเป็นพิเศษ เช่น การจ่ายสารในระดับไมโครลิตร (µL) งานผลิตชุดตรวจวินิจฉัย หรือการบรรจุสารในอุตสาหกรรมยา Intelligent Dispensing Series ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด ด้วยระบบควบคุมที่ละเอียดมากขึ้นและการออกแบบที่เน้นลดความคลาดเคลื่อนในการจ่ายสาร ทำให้สามารถควบคุมปริมาตรได้อย่างแม่นยำและเชื่อถือได้ในงานที่มีความสำคัญสูง

       โดยสรุป Microlit ได้พัฒนา Peristaltic Pump ทั้ง 3 ซีรีส์ให้รองรับการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่งานทั่วไปไปจนถึงงานที่ต้องการความแม่นยำระดับสูง ผู้ใช้งานจึงสามารถเลือกใช้เครื่องมือได้อย่างเหมาะสมกับลักษณะงาน งบประมาณ และระดับความซับซ้อนของกระบวนการที่ต้องการควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

อุปกรณ์เสริมสำหรับ Peristaltic Pump



Hand Dispenser MP-HD

เครื่องจ่ายแบบมือถือนี้มาพร้อมกับเข็มเติมรุ่น Microlit MP-HD ทำให้เหมาะสำหรับการจ่ายแบบแมนนวลและกึ่งอัตโนมัติด้วยปั๊มแบบ Peristaltic มีลักษณะเด่นคือ จับถนัดมือ ขนาดกะทัดรัด และน้ำหนักเบา




Footswitch MP-FS

สวิตช์เท้าตัวนี้ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ Microlit โดยควบคุมการเริ่มและหยุดการทำงานของปั๊ม มีดีไซน์แบบเหยียบเบาที่ด้านหน้าเพื่อการตอบสนองที่ชัดเจนและลดความเมื่อยล้าในการใช้งาน






Pump Head PH15-24 | PH15-44 | PH 10-28

หัวปั๊มซีรีส์ PH ออกแบบมาสำหรับการส่งของเหลวแบบหลายช่องทางที่มีอัตราการไหลน้อยถึงปานกลาง และมีให้เลือกสองรุ่นคือ PH10 และ PH15 ขึ้นอยู่กับขนาดท่อ โดยมีช่วงอัตราการไหลแบบช่องทางเดียวตั้งแต่ 0.00023 ถึง 64 มล./นาที เข้ากันได้กับท่อขนาด 13# และ 14# ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน 0.13 ถึง 3.2 มม. และความหนาของผนัง 0.8 ถึง 1 มม.





Pump Head PH 6-4

หัวปั๊ม Microlit PH ซีรีส์ได้รับการออกแบบมาสำหรับการส่งผ่านของเหลวปริมาณน้อยแบบหลายช่องทาง และสามารถรองรับได้พร้อมกันตั้งแต่ 1 ถึง 48 ช่องทางในดีไซน์ที่กะทัดรัดและใช้งานง่าย การออกแบบโครงสร้างที่แม่นยำช่วยให้เกิดการสั่นสะเทือนต่ำมาก แม้เมื่อเทียบกับหัวปั๊มแบบลูกกลิ้งหลายตัวแบบดั้งเดิม




Pump Head PH 15T

หัวปั๊ม PH15T มีการออกแบบฝาครอบด้านหลังเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์ มีรูปลักษณ์ที่เรียบหรูและสง่างาม ด้วยเส้นโค้งที่ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มแผ่นหน้าขนาดเล็กแยกต่างหากที่ฝาครอบด้านหลังเพื่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น หัวปั๊มมาพร้อมกับช่องว่างท่อแรงดันที่ปรับได้ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้โดยการหมุนสกรูที่ด้านบนของหัวปั๊ม ทำให้หัวปั๊มสามารถใช้งานร่วมกับท่อที่มีข้อกำหนดต่างๆ ได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน เพิ่มความหลากหลาย และยืดอายุการใช้งานของท่อ





Pump Head PH – 25

หัวปั๊ม PH25 มีช่วงการไหลตั้งแต่ 0.024 ถึง 3000 มล./นาที และใช้งานร่วมกับท่อขนาด 114#, 116#, 15#, 24#, 35# และ 36# ได้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการลำเลียงของเหลวที่มีความหนืดสูง และตอบสนองความต้องการด้านช่วงการดูด แรงดัน และความดันขาออกที่กว้างขึ้น



อ้างอิง: 
https://www.microlit.com/faqs/which-industries-and-applications-use-peristaltic-pumps/
https://www.microlit.com/how-to-improve-the-efficiency-of-a-peristaltic-pump/
https://www.microlit.com/faqs/what-parameters-should-be-considered-when-selecting-a-peristaltic-pump/


 

>> เลือกชมสินค้า Microlit คลิก <<

 

 


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้